• 088-099-9344
  • ทีมงานกิ่งไผ่บ้านนา (คุณชัย)
  • บริษัท เซียนจือ จำกัด

เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์

Nutri Active คือส่วนผสมเศษที่วิจัยและพัฒนาโดย ทีมพฤษเคมีของ นูทริแม็กซ์ – คอร์ปปอเรชั่น (ฟินแลนด์) แต่ละนุทริ-แอ๊คทีฟประกอบด้วยสารสกัดที่มีสรรพคุณ ออกฤทธิ์ได้จริงซึ่งพิสูจน์ได้ด้วยผลงานวิจัยทางคลินิค ทางศูนย์วิจัย นูทริแม็กซ์คอร์ปเปเรชั่น (ฟินแลนด์) ขอสวนสิทธิ์ด้านเอกสารอ้างอิงของแต่ละ นูทริ-แอ๊คทีฟ เนื่องจากบางงานวิจัยได้จดสัญญาไม่ให้เผยแพร่แก่ สาธารณะ ทั้งนี้หากลูกค้าสนใจต้องการทราบถึง เอกสารอ้างอิงข้อมูลในแต่ละนูทริ แอ๊คทีฟ นั้น สามารถ หาได้จากข้อมูลบทความวิชาการทั่วไปซึ่งปรากฏในเว็บ สาธารณะเป็นจำนวนมากและสอบถามได้กับทีมงานวิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยตรงทั้งนี้ประโยชน์ของนูทริ แอ๊คทีฟจัดทำขึ้นเพื่อให้บริการแก่ลูกค้าในด้านการตลาด และสร้างจุดขายในแต่ละผลิตภัณฑ์ 

ตลอดระยะเวลากว่า 7 ปี เราวิจัยและพบแล้วว่าประโยชน์ใน ด้านสรรพคุณในแต่ละสารนั้นเป็นที่เชื่อถือได้ โดยมีผลงาน สารวิจัยตีพิมพ์เป็นที่ยอมรับมากมาย และทางศูนย์วิจัย นูทริแม็กซ์ คอร์ปเปอเรชั่น (ฟินแลนด์) ต้องการยืนยัน ในด้าน ประสิทธิภาพของวัตถุดิบโดยจดลิขสิทธิ์และโลโก้ Nutri Active จะปรากฏบนทุกกล่องผลิตภัณฑ์เพื่อการันตี ความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภค

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเซียนจือ สารสกัดสมุนไพรรวมแร่ธาตุ 24 ชนิด 

  1. ช่วยบำรุงร่างกาย บำรุงกำลัง เพิ่มภูมิต้านทานโรค ทำให้ร่างกายสดชื่น ช่วยแก้อาการอ่อนเพลีย
  2. ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ช่วยชะลอความแก่ชราและความเสื่อมของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย
  3. ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด 
  4. ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด และรักษาสมดุลของคอเลสเตอรอลในหลอดเลือด
  5. ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนของเลือดให้คล่องตัว ช่วยขยายหลอดเลือด และเพิ่มปริมาณของเลือดที่เข้าไปหล่อเลี้ยงปอดและหัวใจ และช่วยในเรื่องระบบไหลเวียนโลหิต 
  1. ใช้เป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงอวัยวะภายในร่างกาย ทำให้ร่างกายชุ่มชื่น ช่วยแก้อาการอ่อนเพลีย
  2. ช่วยปรับสมดุลของร่างกาย  แก้อาการเบื่ออาหาร
  3. ช่วยบำรุงหัวใจ โดยออกฤทธิ์คล้ายกับยา digoxin ช่วยป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด ป้องกันภาวะเส้นเลือดอุดตัน
  4. มีฤทธิ์ต้านการจับตัวกันของเกล็ดเลือด อันเป็นสาเหตุสำคัญของการอุดตันของหลอดเลือด และทำให้คอเลสเตอรอลที่เกาะอยู่ตามผนังหลอดเลือดลดน้อยลง
  5. ช่วยลดอาการผิวหนังแห้งและเหี่ยวย่น จึงช่วยทำให้ผิวชุ่มชื่นขึ้น
  6. ช่วยลดอาการร้อนวูบวาบในหญิงวัยหมดประจำเดือนหรืออาการวัยทอง
  7. มีฤทธิ์สร้างเม็ดเลือดแดง ซึ่งสามารถนำมาใช้รักษาผู้ที่มีเลือดน้อยหรือผู้ที่โลหิตจางและความดันต่ำได้
  8. โสมมีฤทธิ์ต้านพิษต่อตับ โดยโสมสามารถช่วยป้องกันการเกิดพิษต่อตับอันเกิดจากคลอโรฟอร์ม คาร์บอนเตตระคลอไรด์และแอลกอฮอล์ได้
  1. มีส่วนช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหาร
  2. ปรับการทำงานของเมตาบอลิซึม ลดอาการอ่อนล้าของร่างกายได้ดี
  3. มีส่วนช่วยชะลอวัย เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระ Anti-aging 
  4. เป็นสมุนไพรเพิ่มพละกำลังให้แก่ร่างกาย โดยแพทย์นำมาใช้เพื่อเพิ่มการไหลเวียนโลหิตมากว่าพันปี
  5. การรับประทานอึ้งคี้ติดต่อกันจะช่วยให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายดีขึ้น ช่วยรักษาโรคภูมิแพ้ที่เกิดตามฤดูกาล โดยจะสามารถลดอาการคัดจมูก , คัน , และการจามจากอาการแพ้
  6. ช่วยทำให้ประจำเดือนมาเป็นปกติมากขึ้น
  1. ช่วยทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอยู่ในสภาวะสมดุล ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ลดความเสี่ยงของโรคหวัด
  2. ช่วยปรับความดันโลหิตให้ปกติ และช่วยให้น้ำตาลในเลือดมีความสมดุล
  3. ช่วยลดน้ำหนัก โดยเสริมการเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงานแทนไขมัน
  4. ลดอาการอักเสบของโรคไขข้ออักเสบ เพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อ และกระดูก
  5. บรรเทาอาการนอนไม่หลับ ปรับปรุงคุณภาพของการนอน ช่วยให้นอนหลับได้ยาวนานขึ้น
  6. ช่วยบำรุงสายตา ของเลนส์ตา และจอภาพเรตินา
  7. ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยดูแลเรื่องผิวพรรณ ชะลอความชรา
  8. ช่วยระบบเจริญพันธุ์ ช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนเทสโตสเตอโรนในเลือด
  1. ช่วยกำจัดการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง ยับยั้งเซลล์มะเร็งตับ ป้องกันโรคภูมิแพ้ ลดความดันโลหิต ลดไขมันในเลือด ป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือด
  2. ช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวด ป้องกันลิ่มเลือดแข็งตัวในเส้นเลือด ลดความเสี่ยงโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต ยับยั้งการ- เจริญเติบโตของเชื้อไวรัส
  3. เสริมระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย ช่วยกำจัดเซลล์มะเร็ง ยับยั้งเนื้องอก ลดน้ำตาลในเลือด ลดอาการอักเสบ
  4. ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกาย บำรุงประสาท สมอง หัวใจ กระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด
  5. ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและฟัน
  1. เป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นเลิศ ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจและโรคมะเร็ง และช่วยเสริมภูมิต้านทานให้แก่ร่างกาย
  2. ช่วยบำรุงผิว ช่วยชะลอริ้วรอย แห้งกร้านไม่ให้แก่ก่อนวัยโดยการเสริมสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง
  3. ช่วยลดกระบวนการสร้างเม็ดสีที่ผิดปกติอันเป็นสาเหตุหลักของฝ้า กระ และจุดด่างดำ
  4. ช่วยลดปัญหาสำหรับผู้ที่มีสีผิวไม่สม่ำเสมอ
  5. ช่วยปกป้องดวงตา ป้องกันการเสื่อมของดวงตา ไรคต้อกระจก โรคจอประสาทตาเสื่อม และช่วยในการรักษาโรคเบาหวานขึ้นตา
  6. ช่วยป้องกันโรคข้ออักเสบ
  7. ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตด้วยการยับยั้งการถูกทำลายของคอลลาเจน
  8. ช่วยลดภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ
  9. มีผลคล้ายกับยาแอสไพรินช่วยยับยั้งและชะลอการเกิดลิ่มเลือด
  10. ช่วยรักษาความผิดปกติของหลอดเลือดและเส้นเลือดขอด เส้นเลือดฝอยแตก ซึ่งเป็นสาเหตุหลักให้เกิดโรคอัมพฤกษ์ อัมพาตได้
  11. ช่วยป้อยกันโรคสมองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์
  12. ช่วยบรรเทาอาการของภูมิแพ้ และหอบหืด
  13. ช่วยต่อต่านเชื้อแบคทีเรียและไวรัส
  14. ช่วยลดอาการอักเสบ
  15. ช่วยรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน ลดแผลในช่องปาก และโรคเริมในช่องปาก
  16. ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศในเพศชาย

1.  ช่วยล้างสารพิษในร่างกาย
2.  ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค
3.  ช่วยลดน้ำหนัก
4.  ช่วยเพิ่มการสร้างโปรตีนในร่างกาย
5.  ช่วยปกป้องเยื่อหุ้มสมอง
6.  ช่วยเพิ่มพลังงานในร่างกาย
7.  ช่วยพักฟื้นร่างกายให้กลับมาแข็งแรงเร็วขึ้น
8.  ช่วยแก้ปัญหาท้องผูก

  1. ช่วยลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี เนื่องจากมีงานวิจัยที่ระบุว่า สารคาเทชินมีฤทธิ์ช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงาน และไขมัน ซึ่งสารนี้พบได้มากที่สุดในชาเขียว
  2. มีส่วนช่วยลดคอเลสเตอรอลและระดับน้ำตาลในเลือด
  3. มีฤทธิ์ป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ
  4. ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งต่างๆ
  5. มีสารโพลิฟินอลที่ช่วยยับยั้งการสลายของกระดูกที่เซลล์ออสติโอคลาสต์ นอกจากนี้ยังมีสาร EGCG ที่ช่วยเพิ่มมวลกระดูก และยับยั้งการเจริญของเซลล์สลายกระดูกออสติโอคลาสต์ด้วย
  6. สารคาเทชินช่วยยับยั้งการอักเสบ และช่วยสร้างเส้นใยในตับ นอกจากนี้ยังช่วยยับยั้งการเกิดไขมันพอกตับ และช่วยป้องกันไม่ให้มะเร็งลุกลามมาที่ตับ ทั้งยังมีแอล-ธีอะนีนที่มีส่วนช่วยในการลดอนุมูลอิสระ ทำให้ผู้ป่วยได้รับผลข้างเคียงจากการทำเคมีบำบัดน้อยลง
  7. จากการศึกษาในคน พบว่าสาร EGCG คาเฟอีน และแอล-ธีอะนีน ช่วยให้สเปิร์มมีอายุนานขึ้น และสามารถปฏิสนธิได้ดีขึ้น
  1. ช่วยบำรุงสุขภาพผิวให้สดใสเปล่งปลั่ง
  2. ช่วยป้องกันเซลล์ผิวไม่ให้ถูกทำลายได้ง่ายจากมลภาวะแสงแดดต่าง ๆ
  3. ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของร่างกาย
  4. ช่วยบำรุงกระดูก ฟัน เหงือก เล็บ ให้แข็งแรงยิ่งขึ้น
  5. มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีส่วนช่วยในการชะลอวัยและการเกิดริ้วรอยแห่งวัย
  6. ช่วยสร้างสร้างภูมิต้านทานโรคของร่างกายให้แข็งแรงยิ่งขึ้น
  7. ช่วยยับยั้งต่อต้านการเกิดโรคมะเร็ง
  8. ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง
  9. ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง
  10. ช่วยรักษาระดับน้ำช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในระบบไหลเวียนของเลือด
  11. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในระบบไหลเวียนของเลือ
  12. ช่วยบำรุงเซลล์ผิวหนัง
  1. มีไลโคปีน ประโยชน์มะเขือเทศ ที่เด่น ๆ เลยคือมีไลโคปีนสูง ซึ่งไลโคปีนมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ร่างกายเราสร้างเองไม่ได้ ป้องกันโรคต่าง ๆ
  2. มีวิตามินซี จะช่วยให้ผิวแลดูเต่งตึง ป้องกันแสงยูวีเอและยูวีบี
  3. มีวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา และแก้โรคตามัวในเวลากลางคืน
  4. รักษาโรคลักปิดลักเปิด และรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน
  5. มีเบต้าแคโรทีนและฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงผิวพรรณและชะลอความแก่
  6. พอกหน้าด้วยมะเขือเทศฝานบาง ๆ หรือพอกด้วยน้ำมะเขือเทศ จะช่วยในการรักษาสิว
  7. ประโยชน์ของมะเขือเทศอีกอย่างคือเสริมสร้างกระดูกและป้องกันโรคกระดูกพรุน
  8. ลดการบวมน้ำในร่างกาย ควบคุมสมดุลของเหลวในเนื้อเยื่อและเซลล์
  9. ประโยชน์มะเขือเทศคือมีใยอาหารสูง ช่วยในการขับถ่ายได้ดี
  10. อีกสรรพคุณมะเขือเทศคือสามารถป้องกันการแข็งตัวของเลือดได้
  1. โสมไซบีเรียมีสรรพคุณช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย
  2. โสมไซบีเรียแก้ไข้หวัด ให้ความสดชื่น ช่วยปรับสมดุลให้ร่างกาย
  3. โสมไซบีเรียมีฤทธิ์กล่อมประสาท ช่วยกระตุ้นสมองและหัวใจ
  4. ประโยชน์ของโสมไซบีเรียช่วยให้ชุ่มคอ บำรุงปอด เหมาะกับผู้ที่ติดบุหรี่
  5. โสมไซบีเรียกระตุ้นความอยากอาหาร และรักษาแผลในกระเพาะอาหาร
  6. โสมไซบีเรียกระตุ้นการขับถ่าย ช่วยขับเหงื่อและของเสียออกจากร่างกาย
  7. สรรพคุณโสมไซบีเรียช่วยผลัดเซลล์ผิว ทำให้ผิวพรรณนวลเนียน
  8. ประโยชน์ของโสมไซบีเรียช่วยเพิ่มเซลล์เม็ดเลือดขาว
  9. โสมไซบีเรียมีสรรพคุณช่วยลดอาการเจ็บปวดจากการอักเสบ
  10. โสมไซบีเรียทำให้สดชื่นกระปรี้กระเปร่า ร่างกายตื่นตัว มีชีวิตชีวา
  11. โสมไซบีเรียมีประโยชน์ช่วยป้องกันสารพิษเข้าสู่ร่างกาย และช่วยป้องกันอันตรายจากรังสีและเคมีบำบัด
  12. สรรพคุณของโสมไซบีเรียช่วยฟื้นฟูผู้ป่วยโรคมะเร็ง
  1. ขิงจัดว่าเป็นยาอายุวัฒนะชั้นยอด
  2. มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระเป็นจำนวนมาก ช่วยชะลอความแก่และชะลอการเกิดริ้วรอย
  3. มีส่วนช่วยในการป้องกัน ต่อต้านการเกิดโรคมะเร็ง ต่อต้านการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง
  4. ช่วยลดผลข้างเคียงจากสารเคมีที่ใช้ในการรักษามะเร็ง ดังนั้นควรรับประทานขิงควบคู่ไปกับการรักษามะเร็งจะเป็นผลดี
  5. ขิงมีฤทธิ์อุ่น ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น และช่วยในการขับเหงื่อ
  6. ช่วยแก้อาการร้อนใน ด้วยการใช้ลำต้นสด ๆ นำมาทุบให้แหลกประมาณ 1 กำมือ แล้วต้มกับน้ำดื่ม
  7. ช่วยลดความอ้วน ลดระดับไขมัน คอเลสเตอรอล ด้วยการดูดซึมคอเลสเตอรอลจากลำไส้ แล้วปล่อยให้ร่างกายกำจัดออกทางอุจจาระ
  8. ช่วยรักษาอาการปวดศีรษะและไมเกรน ด้วยการรับประทานน้ำขิงบ่อย ๆ
  9. ช่วยลดความอยากของผู้ติดยาเสพติดลงได้
  10. แก้ตานขโมย ด้วยการใช้ขิง ใบกะเพรา พริกไทย ไพล มาบดผสมกันแล้วนำมารับประทาน
  1. มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง
  2. ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย
  3. บำรุงสายตาได้เป็นอย่างดี
  4. ช่วยป้องกันโรคต่างๆรวมถึงโรคมะเร็ง
  5. ช่วยให้ผิวเรียบเนียน ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น มีน้ำมีนวล
  6. ช่วยต้านอนุมูลอิสระฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพ
  7. เสริมสร้างคอลลาเจน
  8. ช่วยลดเลือนริ้วรอยก่อนวัยผิวดูแลธรรมชาติ
  1. เบต้ากลูแคน ช่วยป้องกันโรคภูมิแพ้ตัวเอง
  2. เบต้ากลูแคน ช่วยป้องกันโรคเบาหวาน
  3. เบต้ากลูแคน ช่วยป้องกันโรคไขมันอุดตันหลอดเลือด
  4. เบต้ากลูแคน ลดปัญหาโรคออฟฟิศซินโดรม
  5. เบต้ากลูแคน ช่วยแก้ปัญหาสุขภาพในผู้สูงอายุ
  6. เบต้ากลูแคน ชะลอความแก่
  7. เบต้ากลูแคน ช่วยบรรเทาโรคมะเร็งร้าย
  8. เบต้ากลูแคน ช่วยบรรเทาโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  9. เบต้ากลูแคน ช่วยสมานแผล
  10. เบต้ากลูแคน ลดการติดเชื้อได้
  11. เบต้ากลูแคน ดีต่อผู้ที่ต้องได้รับการผ่าตัด
  12. เบต้ากลูแคน รักษาและบรรเทาโรคระบบทางเดินอาหาร
  1. ราก มีสรรพคุณช่วยลดน้ำหนักและควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้ดี
  2. ช่วยควบคุมระดับน้ำตาล ในเลือดได้ โดยรากแดนดิไลออนจะมีสารอินนูลิน ซึ่งจะดูดซับน้ำและน้ำตาล จนมีลักษณะเป็นเจล ทำให้ร่างกายดูดซึมน้ำตาลได้ช้าและน้อยลง
  3. แดนดิไลออน ช่วยเร่งอัตราการเผาผลาญ จึงมีผลในการช่วยลดหุ่น
  4. แดนดิไลออนขึ้นทะเบียนเป็นยารักษาโรคตับในประเทศอังกฤษมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 มีสรรพคุณเป็นยา
  5. สำหรับกลุ่มคนที่ตับโดนทำลายจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงการทานอาหารเสริมหรือยา ที่สะสมที่ตับเป็นเวลานาน ทำให้ตับทำงานไม่เต็มที่ สาร Taraxacin ในแดนดิไลออน จะช่วยฟื้นฟูตับ ทำให้ดูดซึมยาและวิตามินได้ดีขึ้น  ส่วนคนปกติที่ไม่กินเหล้า ก็กินแดนดิไลออนได้ เพราะช่วยบำรุงตับโดยตรง 
  6. ช่วยขับปัสสาวะ ช่วยกรองสารพิษออกจากเลือด ดูดซับสารพิษออกจากตับและไต
  7. แดนดิไลออนมีเกลือโพแทสเซียมสูงมาก จึงมีผลในการเสริมภูมิต้านทาน
  8. ช่วยทำความสะอาดตับและผนังกระเพาะ
  9. ช่วยในการทำงานของไต แดนดิไลออนถูกใช้ในการเป็นยาช่วยขับปัสสาวะ
  10. ช่วยป้องกันการอักเสบ The University of Maryland Medical Center ได้แสดงผลงานวิจัยเกี่ยวกับแดนดิไลออน ว่า สามารถช่วยป้องกันการอักเสบได้
  1. รักษาอาการการขาด CoQ10
  2. ต้านอนุมูลอิสระ
  3. ช่วยลดภาวะเครียดออกซิเดชั่น
  4. ปกป้องดูแลผิวและลดริ้วรอย
  5. ลดความถี่การเกิดไมเกรน
  6. ดีต่อหัวใจและหลอดเลือด
  7. ปกป้องปอด ระดับ CoQ10 ที่ต่ำ และความเสียหายจากภาวะ Oxidative stress
  8. อาจช่วยป้องกันโรคมะเร็ง
  9. ช่วยโรคเบาหวาน ภาวะ Oxidative stress สามารถทำให้เกิดความเสียหายต่อเซลล์
  10. เสริมการรักษาโรคเหงือกและโรคเหงือกอักเสบ
  11. ช่วยการเจริญพันธุ์ในเพศหญิง (เพิ่มคุณภาพของเซลล์ไข่และเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ โดยเฉพาะในผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 35 ปี) เซลล์ไข่ของผู้หญิงเป็นเซลล์ที่ใหญ่ที่สุดในร่างกายและต้องการใช้พลังงาน ATP จากไมโทคอนเดรียมากกว่าเซลล์อื่น ๆ ในร่างกายถึง 10 เท่า
  1. ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาท
  2. ช่วยอาการข้อเข่าเสื่อม
  3. ช่วยลดอาการปวดรูมาตอยด์
  4. กระดูกแข็งแรง วิตามินดีส่งเสริมการดูดซึมแคลเซียมในลำไส้และรักษาระดับแคลเซียมและฟอสฟอรัสในเลือดให้เพียงพอ
  5. ดีต่อภูมิคุ้มกัน วิตามินดีช่วยควบคุมการดูดซึมของแคลเซียมและฟอสฟอรัสและอำนวยความสะดวกในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
  6. ลดการติดเชื้อทางเดินหายใจ โรคหวัด และไข้หวัดใหญ่
  7. ลดการอักเสบ
  8. โรคอัลไซเมอร์ ภาวะสมองเสื่อม ความจำเสื่อม และการทำงานของสมองที่ลดลง
  1. ช่วยคงความยืดหยุ่นอ่อนเยาว์ของเนื้อเยื่อต่าง ๆ
  2. ช่วยป้องกันมะเร็งได้หลายชนิด
  3. ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและเส้นเลือดในสมองตีบ
  4. บรรเทาอาการร้อนวูบวาบและอาการวัยทองอื่น ๆ
  5. ช่วยรักษาและป้องกันรังแค
  6. ช่วยเพิ่มจำนวนสเปิร์มและประสิทธิภาพการสืบพันธุ์ในผู้ชาย
  1. ช่วยบำรุงสมอง
  2. ลดความเครียด
  3. ช่วยเสริมสร้างป้องกันการสลายตัวของกล้ามเนื้อ
  4. ช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  5. ช่วยในการนอนหลับได้ดีขึ้น
  6. ลดการติดเชื้อแบคทีเรีย
  7. ช่วยให้การดูดซึมสารอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  8. ลดความเสี่ยงการเกิดความจำเสี่ยง
  9. เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย
  10. ช่วยในการไหลเวียนในกระแสเลือดบริเวณสมอง
  11. ช่วยเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดขาว
  12. ลดความเสี่ยงการเกิดความจำเสื่อม
  1. ช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย
  2. มีส่วนในการช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อต่าง ๆ ของร่างกาย
  3. ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทาน ฮอร์โมน และเอนไซม์ต่าง ๆ ในร่างกาย
  4. ช่วยให้ร่างกายนำกรดไขมันไปเผาผลาญเป็นพลังงาน
  5. ช่วยเสริมสร้างสมาธิให้ดียิ่งขึ้น
  6. มีส่วนช่วยในการดูดซึมแคลเซียม
  7. ช่วยปรับสมดุลของระดับไนโตรเจน ช่วยให้หลอดเลือดแข็งแรง
  8. ช่วยป้องกันและรักษาโรคกระพรุน
  9. ช่วยรักษาและบรรเทาปัญหาด้านการสืบพันธุ์บางประการ
  10. ช่วยลดความถี่และป้องกันการเกิดโรคเริมหรือตุ่มใสที่ริมฝีปาก
  11. มีส่วนช่วยรักษาโรคงูสวัด
  12. ช่วยรักษาเด็กส่าไข้
  13. ช่วยรักษาอาการจากหัวใจขาดเลือด
  1. ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของคุณป้องกันไวรัสและแบคทีเรีย
  2. รองรับการผลิตโปรตีนในร่างกายของคุณ
  3. ช่วยให้ร่างกายของคุณสร้าง DNA (สารพันธุกรรมในทุกเซลล์)
  4. รองรับประสาทสัมผัสด้านกลิ่นและรสของคุณ
  5. ช่วยสมานแผล
  6. ร่างกายสามารถดูดซึมได้ง่าย
  7. เป็นแหล่งพลังงานให้แก่ร่างกาย
  8. ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันในร่างกาย
  1. มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
  2. เสริมฤทธิ์กับวิตามิน C และ วิตามิน Eโดยช่วยให้วิตามินซี และ วิตามินอี
  3. ต้านอนุมูลอิสระ
  4. ช่วยในด้านผิวพรรณต่างๆ
  5. จับสารอนุมูลอิสระบริเวณผิวที่เกิดจากแสงแดด ซึ่งเป็นสาเหตุของริ้วรอย ผิวไหม้ หมองคล้ำบริเวณผิวหนัง
  6. สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้
  7. ช่วยลดริ้วรอยได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณรอบดวงตา
  8. ช่วยในเรื่องสีผิวและสุขภาพผิวด้วย
  1. ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกายให้แข็งแรง
  2. ช่วยป้องกันการเกิดนิ่วในไต
  3. ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ
  4. ทำให้ร่างกายดูดซึมโปรตีนและไขมันได้ดียิ่งขึ้น
  5. ช่วยเปลี่ยนรูปของทริปโตเฟนให้เป็นไนอะซิน (วิตามินบี 3)
  6. ช่วยป้องกันโรคทางประสาทและโรคผิวหนังหลายชนิด
  7. ลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน
  8. ช่วยชะลอวัยได้
  9. เป็นยาขับปัสสาวะตามธรรมชาติ
  10. ลดอาการกล้ามเนื้อหดเกร็งในเวลากลางคืน มือชา ขาเป็นตะคริว และปลายประสาทที่แขนขาอักเสบบางชนิด
  11. ลดอาการปากแห้งและปัญหาด้านการปัสสาวะที่เกิดจากการรับประทานยาต้านอาการซึมเศร้าในกลุ่มไตรไซคลิก
  1. ช่วยลดอาการและเพิ่มความทนทานต่อการออกกำลังกายและคุณภาพชิวิตของผู้ที่มีอาการเจ็บหน้าอกได้
  2. การรับประทานแอลอาร์จินิน 5 กรัมต่อวันอาจช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศของผู้ชายที่เป็น ED ได้
  3. การรับประทานแอลอาร์จินินสามารถลดความดันโลหิตของผู้ที่มีสุขภาพดี ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง และผู้ที่มีความดันสูงเล็กน้อยที่เป็นและไม่เป็นเบาหวานได้
  4. แอลอาร์จินินผสมในนมชงช่วยป้องกันการอักเสบของระบบย่อยอาหารของทารกที่คลอดก่อนกำหนดได้
  5. ทานแอลอาร์จินิน 700 mg 4 ครั้งต่อวันช่วยป้องกันการดื้อยาไนเตรตของผู้ที่กำลังรักษาอาการเจ็บหน้าอกได้
  6. ช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตของผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายได้
  7. การทาน L-Arginine ร่วมกับ ribonucleic acid ( RNA ) และ eicosapentaenoic acid ( EPA ) ก่อนหรือหลังจากเข้ารับการผ่าตัดจะช่วยฟื้นร่างกายหลังการผ่าตัด
  8. ช่วยลดความดันโลหิตสูงของสตรีระหว่างตั้งครรภ์ได้
  9. ช่วยในการเผาผลาญไขมันที่สะสมตามร่างกาย ทำให้กล้ามเนื้อกระชับ ควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดีเมื่อรับประทานร่วมกับ แอล-ออร์นิทีน
  10. ช่วยในการทำงานของระบบประสาท ทำให้ความจำดีขึ้น
  11. L-Arginine มีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันโรคหัวใจโรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็ง และ โรคเบาหวาน
  12. L-Arginine ช่วยเพิ่มฮอร์โมนการเจริญเติบโต ( Growth Hormone ) ของมนุษย์